เนื้อวัวดิบ กับสุขภาพ

เนื้อวัวดิบ กับสุขภาพ  “เนื้อวัว” เป็นเนื้อที่เราอาจจะเคยได้ยินกันมาบ้างว่าสามารถกินดิบได้ เพราะเนื้อวัวนั้นไม่มีพยาธิแบบเนื้อหมู เนื้อไก่ ซึ่งบ้านเราก็มีเมนูเนื้อวัวดิบอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็น ลาบเนื้อวัว ซอยจุ๊ เมนูซาชิมิเนื้อวัวที่มีการหั่นจิ้มกับแจ่ว หลายคนก็อาจจะมีข้อสงสัยว่าตกลงแล้วการ กินเนื้อวัวดิบ นั้นปลอดภัยจริงเหมือนที่เคยเชื่อมาหรือไม่

เนื้อวัวดิบ กับสุขภาพ เนื้อดิบคือ การที่เนื้อต่างๆไม่ผ่านความร้อน การที่เนื้อไม่ผ่านความร้อนทำให้เชื้อโรคและพยาธิต่างๆ ในเนื้อนั้นยังคงอยู่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นอันตรายต่อร่างกายของเราครับ การทำให้เนื้อสุก ผ่านความร้อนที่มากพอจะทำให้เชื้อพวกนี้ตายและเราก็จะสามารถทานได้อย่างปลอดภัย

ดังนั้นถ้าเกิดว่าในเนื้อเหล่านั้นไม่มีเชื้อโรคและพยาธิต่างๆ อยู่เลย จะทำให้ปลอดภัยจากการทานดิบครับ มีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัย  Nottingham ประเทศอังกฤษที่ระบุว่าการทานสเต๊กเนื้อวัวแบบ Rare นั้นปลอดภัยตราบใดที่การเลี้ยงดูตลอดชีวิตของมันนั้นสะอาดให้มันทานพืชอยู่ตลอด และขั้นตอนการประกอบอาหารตั้งแต่เริ่มแร่ ไปจนถึงการหมัก การทำให้สุกไม่ว่าจะการย่าง การเสิร์ฟ หากทุกขั้นตอนสะอาดนั้นก็หายห่วง ก็จะสามารถกินดิบได้อย่างไม่ต้องกังวลเลย

อย่างไรก็ตามการทานเนื้อหมูหรือไก่ดิบนั้นไม่เป็นที่นิยมเพราะถึงแม้ว่าจะเลี้ยงมันได้อย่างสะอาด เชื้อโรคที่อยู่ในเนื้อพวกนั้นอันตรายเกินกว่าที่จะยอมเสี่ยงได้ เพราะมันอันตรายถึงชีวิต ต่างกันพวกวัวที่ทานพวกพืชซึ่งจะพบพยาธิน้อยกว่ามาก และด้วยโครงสร้างกล้ามเนื้อของวัวทำให้พยาธิอาศัยอยู่ยากครับ ดังนั้นโดยธรรมชาติการทานเนื้อวัวแบบดิบจึงมั่นใจได้มากกว่ามากๆ

กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนชอบกินเนื้อวัว ควาย หมู ดิบ หรือ สุกๆ ดิบๆ เสี่ยงเป็นโรคระบบทางเดินอาหาร ที่อันตรายคือไข้หูดับและโรคพยาธิตืด หากมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด ปวดท้องท้องเสียให้ไปพบแพทย์ ไม่ควรซื้อยาถ่ายพยาธิรับประทานเอง แนะให้รับประทานอาหารปรุงสุกล้างผักผลไม้ ดื่มน้ำสะอาดรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล

นายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า การรับประทานอาหารจากเนื้อวัว เนื้อควาย เนื้อหมูดิบ หรือที่ปรุงสุก ๆ ดิบๆ เช่น ลาบ แหนม มีความเสี่ยงเป็นโรคอุจจาระร่วง ไทฟอยด์ อาหารเป็นพิษ รวมทั้งโรคที่เป็นอันตรายถึงชีวิตเช่นไข้หูดับหรือโรคพยาธิได้

โดยโรคพยาธิที่พบบ่อยได้แก่ พยาธิตืดหมู ตืดวัว ซึ่งในเนื้อนั้นมีถุงพยาธิตืดลักษณะคล้ายเม็ดสาคูที่มีตัวอ่อนของพยาธิอยู่ ตัวอ่อนจะเติบโตเป็นพยาธิตัวเต็มวัยในลำไส้เล็กของคน และที่สำคัญ คนมีโอกาสเป็นโรคพยาธิถุงตืดหมูจากการกินไข่พยาธิเข้าไปโดยตรงจากการปนเปื้อนอุจจาระของคนที่เป็นโรคพยาธิตืด หรือใช้มือที่เปื้อนไข่พยาธิตืดเข้าปาก หรือจากคนได้รับไข่พยาธิตืดซึ่งอยู่ในลำไส้ัของตนเองเข้าไป หรือติดทางอ้อมโดยการการกินผักสด ผลไม้ หรือน้ำดื่มที่มีไข่พยาธิตืดปนเปื้อน ไข่พยาธิตืดจะเจริญเป็นตัวอ่อน สร้างถุงหุ้มตัวเป็นถุงพยาธิตืดตามอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายคน เช่น สมอง ตา หัวใจ ปอด และกล้ามเนื้อ หากอยู่ในสมองและไขสันหลัง อาจทำให้มีอาการทางระบบประสาท ชัก อาจรุนแรงถึงตาย หรืออยู่ในตาอาจตาบอดได้

เนื้อวัวดิบ กับสุขภาพ  เชื้อที่อาจปนเปื้อนมากับการกินเนื้อวัวดิบ

แม้ว่าการรับประทานเนื้อวัวดิบนั้นจะไม่มีความเสี่ยงเท่ากับการรับประทานเนื้อหมู เนื้อไก่ แต่เนื้อวัวดิบก็มีแบคทีเรียที่เป็นอันตรายปนเปื้อนมาด้วย ไม่ว่าจะเป็น

–          ซาลโมเนลลา (Salmonella)

เป็นแบคทีเรียที่มักมีการปนเปื้อนมากับอาหาร ซึ่งจะทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยด้วยกัน 2 แบบคือ หนึ่งคือโรคระบบทางเดินอาหาร ซึ่งมักจะมีอาการอาเจียน ท้องร่วง สองคือมีไข้ ปวดหัว บางครั้งก็อาจจะมีผื่นขึ้น

–          เชื้อลิสทีเรีย (Listeria)

เชื้อแบคทีเรียชนิดนี้เป็นเชื้อที่มีความรุนแรงจนอาจทำให้เกิดอันตรายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ เชื้อลิสทีเรียเป็นเชื้อที่มักทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบประสาท อย่างเช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ฝีในสมอง ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ติดเชื้อนี้จะติดผ่านการรับประทานอาหาร ผู้ที่ติดส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ มีโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง  ซึ่งอาการของผู้ที่ติดเชื้อชนิดนี้จะเพียงอาการไข้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น หรือหากติดเชื้อรุนแรงอาจทำให้เกิดลำไส้อักเสบได้

–          เชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ (Campylobacter)

เชื้อแคมไพโลแบคเตอร์เป็นเชื้อที่สามารถพบได้ในทางเดินอาหารของสัตว์ เช่น วัว หมู ไก่ เป็ด แพะ แกะ แมว สัตว์น้ำเค็ม แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะพบเชื้อชนิดนี้ในทางเดินอาหารของวัวและไก่ ซึ่งหากมีการปรุงเนื้อสัตว์ไม่สุกหรือดื่มน้ำนมดิบ ก็อาจมีการปนเปื้อนของแบคทีเรียชนิดนี้มาได้ หากร่างกายได้รับเชื้อชนิดนี้อาจทำให้เกิดโรคลำไส้อักเสบ ซึ่งจะมีอาการท้องเสีย ปวดท้อง มีไข้ บางครั้งอาจมีอาการถ่ายเป็นเลือดร่วมด้วย

–          เชื้ออีโคไล (E. coli)

เชื้ออีโคไลเป็นเชื้อที่สร้างสารพิษทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งคนนั้นสามารถติดเชื้อนี้ได้จากการรับประทานเนื้อดิบ เนื้อที่ปรุงไม่สุก หรือเนื้อที่ไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์ นอกจากติดโดยการรับประทานเนื้อดิบแล้วยังสามารถติดได้ผ่านการสัมผัสกับอุจจาระของสัตว์ที่มีเชื้อได้อีกด้วย โดยผู้ที่ได้รับเชื้อนี้ไปประมาณ 1-2 วัน จะมีอาการปวดท้อง เป็นตะคริว และมีอาการท้องร่วง บางครั้งอาจมีเลือดปน

วิธีการกินเนื้อวัวดิบอย่างปลอดภัย

เชื้อแบคทีเรียเป็นเชื้อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว และยังเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอาหารเป็นพิษ ซึ่งวิธีเก่าแก่สำหรับการรับประทานเนื้อดิบอย่างปลอดภัยคือ การรับประทานเนื้อดิบที่มีความสด ไม่ปล่อยทิ้งไว้นาน อย่างเช่น ในเลบานอน หากจะทำเมนู Kibbe จะต้องเชือดคอแกะแล้วนำเนื้อมาปรุงในทันที เพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย

อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้คุณปลิดภัยสำหรับการบริโภคเนื้อดิบคือ เลือกซื้อในร้านที่มีความสะอาด ปลอดภัย มีมาตรฐานรับรอง เมื่อซื้อแล้ว ไม่ควรปล่อยทิ้งเนื้อไว้นอกตู้เย็นนานเกินไป ควรแช่ตู้เย็นที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส เพื่อป้องกันการก่อตัวและการเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย แต่อย่างไรก็ตามการบริโภคเนื้อที่ปรุงสุกนั้นจะมีความปลอดภัยต่อสุขภาพมากที่สุด

ใครที่ชอบทานเนื้อวัวดิบ ก็ต้องศึกษาข้อมูลให้ดีด้วยนะคะ ศึกษาอาหารเพิ่มเติมที่ ….. เมนูลับ THE COFFEE CLUB

เนื้อหาที่น่าสนใจ ….. ประวัติศาสตร์และจุดจบของราชวงศ์เกาหลี

Cr สนุก, steakholderc , pr.moph , Bloggang