อาหาร “โพรไบโอติกส์” ช่วยปรับลำไส้-ระบบขับถ่าย

อาหาร “โพรไบโอติกส์” ช่วยปรับลำไส้-ระบบขับถ่าย อาหาร “โพรไบโอติกส์” คืออะไร ดีต่อร่างกายอย่างไร ทำไมเราจึงควรกินอาหารที่มีโพรไบโอติกส์ และมีอยู่ในอาหารชนิดใดบ้าง

อาหาร “โพรไบโอติกส์” ช่วยปรับลำไส้-ระบบขับถ่าย  โพรไบโอติกส์ คืออะไร?

รองศาสตราจารย์ วิมล ศรีศุข ภาควิชาอาหารเคมี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า โพรไบโอติกส์ คือ เชื้อจุลินทรีย์ที่มีชีวิต เป็นสายพันธุ์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เมื่อรับประทานเข้าไปในร่างกายแล้วจะไปตั้งรกรากอาศัยอยู่ในลำไส้ใหญ่  ช่วยปรับสมดุลของจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่แต่เดิมในลำไส้ ทำให้แบคทีเรียที่ดีมีจำนวนมากขึ้น และแบคทีเรียที่ไม่ดีจำนวนลดลง (คือพวกที่ทำให้ท้องอืด ท้องเสีย สร้างสารก่อมะเร็ง สารที่มีกลิ่นเหม็น ฯลฯ) ทำให้สุขภาพของลำไส้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังให้ประโยชน์อื่นๆ เช่น เพิ่มภูมิคุ้มกัน เป็นต้น ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์นั้นๆ

นอกจากนี้ การรับประทานอาหารที่มีพรีไบโอติกก็อาจช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง ช่วยเรื่องการเผาผลาญ และอาจมีประสิทธิภาพในด้านการต้านโรคบางชนิด เช่น โรคสมองจากโรคตับ โรคอ้วน ภาวะเมตาบอลิกซินโดรม โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคมะเร็งลำไส้ และโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นต้น รวมทั้งอาจช่วยป้องกันภาวะผื่นผิวหนังอักเสบและโรคแพ้อาหารในเด็กทารกได้อีกด้วย

โดยพรีไบโอติกมักพบได้ในผักและผลไม้ โดยเฉพาะผักหรือผลไม้ที่มีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนอย่างไฟเบอร์และแป้งต้านการย่อย เช่น กระเทียม หัวหอม ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโอ๊ต ถั่วเหลือง แอปเปิ้ล กล้วย และมะเขือเทศ เป็นต้น

 พรีไบโอติก มีกระบวนการทำงานอย่างไร ?

ลำไส้ของมนุษย์เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของแบคทีเรียหลายชนิดที่มีส่วนช่วยในการย่อยอาหารและช่วยส่งเสริมสุขภาพของลำไส้ให้ดีขึ้น เมื่อรับประทานอาหารที่มีพรีไบโอติกเข้าไป กระบวนการย่อยอาหารจะสร้างสภาวะที่เหมาะสมต่อโพรไบโอติกส์ในทางเดินอาหารหรือลำไส้ ซึ่งกระบวนการนี้จะช่วยปรับสมดุลของแบคทีเรียที่ดีในลำไส้ และช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้กับระบบทางเดินอาหาร

ดังนั้น การบริโภคอาหารที่มีโพรไบโอติกส์ จึงทำให้สุขภาพร่างกายดีขึ้นได้นั่นเอง

อาหาร “โพรไบโอติกส์” ช่วยปรับลำไส้-ระบบขับถ่าย ที่ควรรับประทาน

1. คอทเทจชีส

คอชีสต้องรักสิ่งนี้! เพราะคอมเมทชีสนอกจากจะมีเชื้อจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว (พลิกดูที่ฉลากข้างบรรจุภัณฑ์เพื่อดูว่ามีจุลินทรีย์ชนิดใดบ้าง) แต่ยังมีสารอาหารที่ดีต่อร่างกายอย่าง แคลเซียม ในปริมาณสูงอีกด้วย ซึ่งช่วยบำรุงกระดูกให้แข็งแรงนั่นเอง

2. กิมจิ

คอเกาหลีต้องเลิฟ! เพราะนอกจากจะมีโพรไบโอติกส์ดีๆ ต่อร่างกาย และมีรสชาติเปรี้ยวๆ จะช่วยเพิ่มรสชาติให้อาหารเข้มข้นขึ้น อร่อยขึ้นแล้ว กิมจิยังขึ้นชื่อในเรื่องของการช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งได้อีกด้วย

3. ซาวร์เคราต์

ซาวร์เคราต์ (Sauerkraut) กะหล่ำปลีเปรี้ยวของเยอรมัน ใช้รับประทานเป็นเครื่องเคียงร่วมกับอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ไส้กรอก แฮม หรือนำไปอบร่วมกับเนื้อสัตว์ นอกจากจะช่วยลดความเลี่ยนในการรับประทานเนื้อสัตว์ในมื้ออาหารแล้ว ยังช่วยประบสมดุลในการทำงานของระบบย่อยอาหาร และยังมีกากใยอาหารที่ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันอีกด้วย

4. โยเกิร์ต

กระบวนการในการทำโยเกิร์ตมาจากการหมักเป็นหลัก ดังนั้นเชื้อจุลินทรีย์ที่อยู่ในโยเกิร์ตจึงเป็นจุลินทรีย์ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ และมีอยู่ในปริมาณค่อนข้างสูง ซึ่งช่วยให้ระบบย่อยอาหารของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ในกรีกโยเกิร์ตที่จะมีจุลินทรีย์ Lactobacillus acidophilus และ Lactobacillus casei ที่ช่วยเพิ่มเชื้อแบคทีเรียที่ดีต่อร่างกายในท้องของเราด้วย

5. มิโสะ

แม้ว่ามิโสะจะมีรสเค็ม ที่แปลว่ามีปริมาณโซเดียมอยู่เยอะพอสมควร แต่มิโสะก็เป็นแหล่งอาหารชั้นดีที่เต็มไปด้วยโปรตีน แคลเซียม ธาตุเหล็ก และแมกนีเซียม ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรค เสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยในการเผาผลาญไขมันและเปลี่ยนเป็นพลังงาน และช่วยให้หลอดเลือดหัวใจแข็งแรง ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ เฉียบพลันได้

6. พิคเกิ้ล (แตงกวาดอง)

แตงกวาดองแบบฝรั่ง หรือที่เรียกว่า พิคเกิ้ล (Pickles) นอกจากจะเป็นอาหารหมักดองที่มีเชื้อจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว ยังมีวิตามินดีๆ เช่น วิตามินเค วิตามินเอ ที่จำเป็นต่อการสร้างเลือดและเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย และมีส่วนสำคัญในการบำรุงหัวใจให้แข็งแรง แต่ต้องจำเอาไว้ด้วยว่า แตงกวาดองมีโซเดียมสูง จึงควรจำกัดปริมาณในการกินในแต่ละครั้งให้ดี
 

7. คอมบูชา

คอมบูชา คือ ชาหมักที่จะมีก๊าซและแอลกอฮอล์เกิดขึ้นเล็กน้อยหลังจากการหมักด้วย ทำให้เกิดกระบวนการที่เรียกว่า “คาร์บอเนชั่น” (carbonation) หรือการที่มีก๊าซอยู่ในเครื่องดื่ม ซึ่งทำให้เกิดโพรไบโอติกส์ในปริมาณสูง รวมทั้งสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วนเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิต้านทานโรค นอกจากนี้ยังมีกรดแลคติก หรือแลคติก เอซิด (lactic acid) ที่ช่วยลดอาการท้องเสียได้อีกด้วย
 

8. น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล

น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล (Apple Cider Vinegar) ช่วยในเรื่องของการทำงานของระบบย่อยอาหารได้ดี นิยมนำมาผสมในน้ำสลัด เป็นอาหารที่เหมาะหับคนที่อยากควบคุมน้ำหนัก เพราะเพิ้มการทำงานของระบบเผาผลาญไขมัน และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี โดยผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้รับประทานวันละ 4 ช้อนโต๊ะ
 

9. เทมเป้

เทมเป้เป็นโปรตีนที่ทำมาจากถั่วเหลือง หรือถั่วเมล็ดแห้ง ที่สามารถรับประทานเพื่อทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้ ช่วยลดอาการอักเสบในร่างกาย ต่อต้านการเกิดของเนื้องอก และยังมีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว และไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน ให้กับร่างกายได้อีกด้วย

10. พาร์มีซานชีส

ชีสโปรดของใครหลายๆ คน มีกรดแลคติกที่ช่วยสร้างแบคทีเรียที่ดีต่อร่างกายในท้องของเราได้ นอกจากนี้ยังมีสารอาหารสำคัญอย่างโปรตีน และแคลเซียมที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อด้วย

อาหารเพิ่มเติม ….. 2 สูตร “เมนูอาหารไทยโบราณ”

เรื่องราวที่น่าสนใจ …. ภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องแรกของโลก ความบันเทิงจากลายเส้น

cr. sanook , BBC