ยำถั่วพูกุ้งสด

ยำถั่วพูกุ้งสด หากกำลังมองหาเมนูสำหรับมื้อเย็นอยู่ กินง่าย ๆ อิ่มท้องแบบสบาย ๆ ไม่หนักมากจนเกินไป วันนี้เรามีวิธีทำ ยำถั่วพูกุ้งสด ที่คุณจะทำไว้กินเล่น ๆ หรือกินเอาอิ่มก็ตามแต่สะดวกใจ เป็นอาหารประเภทยำที่มีประโยชน์ อร่อยไปกับถั่วพูกรอบ ๆ ปรุงด้วยน้ำยำรสแซบแบบกลมกล่อมที่ไม่เผ็ดมากจนเกินไป เด็ก ๆ ก็สามารถกินได้นะคะ เป็นสูตรอร่อย ๆ  เสิร์ฟพร้อมกับไข่ต้มยางมะตูม ที่เห็นภาพแล้วอยากจะลองทำกินเย็นนี้ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยทีเดียว มาดูส่วนผสมและวิธีทำยำถั่วพูกันทางนี้เลยจ้า

ยำถั่วพูกุ้งสด หากกำลังมองหาเมนูสำหรับมื้อเย็นอยู่ กินง่าย ๆ อิ่มท้องแบบสบาย ๆ ไม่หนักมากจนเกินไป วันนี้เรามีวิธีทำ ยำถั่วพูกุ้งสด ที่คุณจะทำไว้กินเล่น ๆ หรือกินเอาอิ่มก็ตามแต่สะดวกใจ เป็นอาหารประเภทยำที่มีประโยชน์ อร่อยไปกับถั่วพูกรอบ ๆ ปรุงด้วยน้ำยำรสแซบแบบกลมกล่อมที่ไม่เผ็ดมากจนเกินไป เด็ก ๆ ก็สามารถกินได้นะคะ เป็นสูตรอร่อย ๆ  เสิร์ฟพร้อมกับไข่ต้มยางมะตูม ที่เห็นภาพแล้วอยากจะลองทำกินเย็นนี้ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยทีเดียว มาดูส่วนผสมและวิธีทำยำถั่วพูกันทางนี้เลยจ้า

วิธีทำ ยำถั่วพูกุ้งสด

  • ลวกหมูสับและกุ้งสดพอสุก ตักขึ้นพักไว้ 

 • เตรียมหอมเจียว กระเทียมเจียว พริกแห้งทอด ปลาหมึกแห้งทอด และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอดบุบพอแหลก เตรียมไว้

 • ล้างถั่วพูให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็ก นำไปแช่ในน้ำเกลือละลายเจือจาง (เพื่อป้องกันไม่ให้ถั่วพูดำ) จากนั้นตั้งน้ำให้เดือดจัด นำผักลงลวกเร็ว ๆ ตักใส่อ่างน้ำเย็นแล้วตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ เตรียมไว้

  • ทำน้ำยำ โดยผสมน้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลปี๊บและน้ำพริกเผา คนผสมให้ละลายเข้ากัน ชิมรสตามชอบ

   • ใส่กะทิลงไป คนผสมให้เข้ากัน ใส่หมูและกุ้งที่ลวกสุกไว้ลงไปผสมให้เข้ากัน ใส่ถั่วพูที่ลวกไว้ หอมแดง หอมเจียว กระเทียมเจียว เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และปลาหมึกแห้งทอดลงไปครึ่งหนึ่ง

 • ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันดี

  • เสร็จเรียบร้อยตักใส่จาน โรยหน้าด้วยหอมเจียว กระเทียมเจียว เม็ดมะม่วงหิมพานต์ พริกขี้หนูทอด และหมึกแห้งทอดที่เหลือ แนมด้วยไข่ต้มยางมะตูม แค่นี้ก็พร้อมเสิร์ฟแล้วจ้า

  สรรพคุณและประโยชน์ของถั่วพ

ผักถั่วพู จัดเป็นพืชในเขตร้อน มีถิ่นกำเนิดในประเทศแถบเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งได้แก่ ประเทศไทย ลาว พม่า อินเดีย ฟิลิปปินส์ และปาปัวนิวกินี และในปัจจุบันถั่วพูก็เป็นพืชที่สามารถปลูกได้ในฟลอริดาของอเมริกา

หลายคนคงเกิดคำถามขึ้นมาในใจว่าลักษณะที่ว่าเป็นพู ๆ นั้นเป็นอย่างไร คำว่า “พู” เป็นคำสมัยก่อน ไม่ค่อยพบกันบ่อยนักในปัจจุบัน ในหนังสืออักขราภิธานศรับท์บอกว่า คำว่าพู หมายถึง “กลีบใหญ่เหมือนลูกทุเรียนที่เป็นกลีบ ๆ มียวงอยู่ข้างใน” ส่วนในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ปี พ.ศ.๒๕๒๕ อธิบายว่า “พูเป็นชื่อเรียกของสิ่งที่มีลักษณะนูนออกมา เช่น พูทุเรียน” จากความหมายดังกล่าวแสดงว่าคนไทยมองฝักถั่วพูว่ามีพู (4 พู) จึงนำมาตั้งเป็นชื่อของถั่วชนิดนี้ แต่สำหรับชาวต่างชาติจะมองว่ามันมีลักษณะเป็นปีกครับ หรือเป็นที่มาของชื่อ “Winged bean” นั่นเอง

                ลักษณะของต้นถั่วพู

 ต้นถั่วพู จัดเป็นไม้เลื้อย ไม่มีเนื้อไม้แต่มีอายุหลายปี ลำต้นเลื้อยพัน เป็นพืชที่มีลำต้นสีเขียวและเขียวปนม่วง ส่วนของรากเป็นรากที่สะสมอาหารอยู่ใต้ดิน มีปมซึ่งเป็นที่อยู่ของเชื้อไรโซเบียมจำนวนมาก ถั่วพูเป็นพืชที่ปลูกง่ายและเจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด ยกเว้นในดินที่มีน้ำขัง ขึ้นได้ในระดับน้ำทะเลจนถึงระดับความสูงที่ 2,300 เมตร ขยายพันธุ์และเพาะปลูกด้วยวิธีการใช้เมล็ดและการเพาะกล้า

ประโยชน์ของถั่วพลู

1.       ถั่วพูเป็นยอดอาหารเหนือชั้นที่มีความเหนือกว่าพี่น้องตระกูลถั่วทั้งหลาย มีประโยชน์มาก และยังเป็นพืชเพียงไม่กี่ชนิดที่สามารถนำมารับประทานได้แทบทุกส่วนของต้น

2.       ถั่วพูเป็นพืชที่มีสารขัดขวางต่ำ จึงช่วยทำให้การดูดซึมของแคลเซียมเป็นไปได้ด้วยดี เมื่อรับประทานถั่วพูแล้วร่างกายสามารถดูดซึมแคลเซียมไปใช้ได้ถึง 39.1-51.9% เลยทีเดียว[7]

3.       การรับประทานถั่วพูอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง สามารถช่วยป้องกันและลดการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง ช่วยป้องกันมะเร็งเต้านม และยังส่งผลดีต่อฮอร์โมนเพศหญิงอีกด้วย เพราะพืชตระกูลถั่วที่กินได้ทั้งฝักทั้งหลายจะมีสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์โปรติเอส

4.       การรับประทานถั่วทั้งชนิดแห้งและสด เช่น ถั่วพู นอกจากจะได้เส้นใยอาหารมากแล้ว ยังมีส่วนช่วยลดคอเลสเตอรอลได้อีกด้วย

5.       ปัจจุบันนิยมปลูกถั่วพูไว้ตามริมรั้วหรือในสวนหลังบ้าน หรือปลูกตามหัวไร่ปลายนาเพื่อใช้เป็นผักสวนครัว โดยส่วนที่นำมาใช้เป็นอาหารได้แก่ ยอดอ่อน ใบอ่อน ดอกอ่อน ฝักอ่อน รสมัน (ใช้กินเป็นผัก) และหัวใต้ดิน (ใช้กินเป็นอาหารแห้ง)

6.       คนไทยทั่วไปนิยมใช้ฝักอ่อนเป็นผักสดจิ้มรับประทานกับน้ำพริก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับน้ำพริกปลาร้า หรือนำไปปรุงอาหาร เช่น ผัดกับน้ำมันหอย แกงเผ็ด ลวกราดน้ำกะทิ หรือทำเป็นยำถั่วพู นำมาหั่นเป็นเครื่องเคียงขนมจีน ใช้ผสมในทอดมันเช่นเดียวกับถั่วฝักยาว ส่วนทางภาคใต้ก็นิยมกินยอดอ่อน ฝักอ่อน และดอกอ่อนเป็นผักสด หรือนำไปต้ม นำไปผัด ใส่แกงส้ม ทำแกงไตปลาก็ได้ ส่วนชาวญี่ปุ่นก็ใช้ฝักอ่อนนำมาทอดเป็นเทมปุระ และในอินเดียและศรีลังกาก็นิยมนำฝักอ่อนมาดองไว้รับประทาน นอกจากนี้ยังใช้ปรุงกับอาหารและเครื่องเทศรสจัดได้ทุกชนิด

7.       ในบ้านเรามีการบริโภคหัวถั่วพู ด้วยการนำมาต้มกินคล้ายกับหัวมัน โดยหัวใต้ดินของถั่วพูนี้จะมีประมาณของโปรตีนสูงถึงร้อยละ 20-30 เลยทีเดียว จึงมีการนำหัวมาแปรรูปเป็นแป้งสำหรับใช้ประกอบอาหาร หรือนำไปเชื่อมเป็นขนมหวาน หรือจะฝานเป็นแผ่นบาง ๆ แล้วนำมาทอดกรอบเหมือนมันฝรั่งก็ได้ แถมยังเป็นอาหารขบเคี้ยวที่มีโปรตีนสูงอีกด้วย

8.       เมล็ดแก่มีน้ำมันอยู่ร้อยละ 16-18 สามารถนำมาสกัดเป็นน้ำมันพืชสำหรับใช้ปรุงอาหารได้ และยังมีคุณสมบัติใกล้เคียงน้ำมันพืชชนิดอื่น ๆ ด้วย โดยในน้ำมันถั่วพูจะมีกรดโอเลอิก 39%, กรดไลโนเลอิก 27%, กรดบีเฮนิก, และกรดพารินาริก ซึ่งไม่ทำให้เกิดคอเลสเตอรอลในหลอดเลือด นอกจากนี้ในน้ำมันถั่วพูยังมีสารโทโคฟีรอลในปริมาณที่สูงมากอีกด้วย โดยเป็นสารที่ทำให้น้ำมันมีรสหวานและอยู่ตัว มีประโยชน์ในเรื่องการต่อต้านอนุมูลอิสระและช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายได้เป็นอย่างดี

9.       มีการนำถั่วพูมาใช้ในการรักษาสิวและโรคผิวหนังบางชนิด[5]

10.   ถั่วพูสามารถนำมาใช้เป็นอาหารสัตว์ได้เป็นอย่างดี เหมาะแก่การปลูกเป็นแปลงใหญ่ ๆ แล้วปล่อยให้สัตว์กินแทนหญ้าเลี้ยงสัตว์ทั่วไป โดยเฉพาะสัตว์เคี้ยวเอื้อง และยังได้คุณค่าอาหารมากกว่าหญ้านัก จึงช่วยทำให้สัตว์เลี้ยงเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี แถมยังเป็นพืชที่ปลูกง่ายและเจริญเติบโตได้ในดินเสื่อมโทรม

11.   ถั่วพูเป็นพืชบำรุงดินได้ดี เพราะปมรากเป็นที่อาศัยของเชื้อไรโซเบียมที่มีคุณสมบัติในการตรึงไนโตรเจนจากอากาศ ดังนั้นการปลูกถั่วพูจึงเป็นการเพิ่มไนโตรเจนให้แก่ดินและเมื่อไถกลบต้นถั่วพูหลังการเก็บเกี่ยวไปแล้วยังกลายเป็นปุ๋ยพืชที่ดินต้องการอีกด้วย

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับอาหารเพิ่มเติมได้ที่นี่ : ต้มยำกุ้ง

บทความที่คุณอาจสนใจ : เปิดประวัติเกอิชา

Cr. Kapok , Knorr , almocooking